โฟลิโอ โกลด์ - สารป้องกันและกำจัดโรคพืช | Syngenta
ประเทศไทย

โฟลิโอ โกลด์

Last updated:
21.06.2021

สารป้องกันและกำจัดโรคพืช

สารป้องกันและกำจัดโรคพืช

ชื่อสามัญ: 
กลุ่มสารเคมี: 
กลุ่ม M5+4 สารป้องกันกำจัดโรคพืช

จุดเด่น โฟลิโอ โกลด์

โฟลิโอ โกลด์ ออกฤทธิ์ปกป้องใบพืชก่อนการเข้าทำลายของเชื้อ ระยะปลอดฝนที่สั้น ดูดซึมเร็วกว่าในสารกลุ่มเดียวกัน ปกป้องพืชได้ยาวนาน 10-14 วัน ทำให้ใบเขียวใส สมบูรณ์ ส่งเสริมการสร้างอาหารจากใบมีประสิทธิภาพ เพื่อผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ

ข้อความแสดงข้อควรระวัง

  • วิธีเก็บรักษา : ต้องเก็บ โฟลิโอ โกลด์ ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้งและเย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ
  • คำเตือน : โฟลิโอ โกลด์ เป็นวัตถุอันตรายต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอัตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้ : 1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหาร หรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม เทสารที่เหลือ หรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์ เครื่องพ่นสารลงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้าม ใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็ก และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังพ่นสาร 2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือยาง และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ ไม้กวน ขณะพ่นสาร ต้อง อยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือยาง และหน้ากาก ต้อง ล้างมือ และหน้าให้สะอาดด้วย สบู่ และน้ำก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้อง อาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้าและซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้ว ล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน้ำล้างไปใช้ผสมพ่นสาร กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย 3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนัง และเสื้อผ้า 4. การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช ซึ่งอยู่ในหมายเลขกลุ่มเดียวกัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดความ ต้านทานของเชื้อสาเหตุโรคพืช 5. ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อตา 6. เป็นพิษต่อปลา ต้องระวังการชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ 7. ⦁ ห้ามเก็บเกี่ยว มันฝรั่ง ภายใน 14 วัน หลังจากพ่นสารครั้งสุดท้าย ห้ามเก็บเกี่ยว แตงกวา ภายใน 7 วัน หลังจากพ่นสารครั้งสุดท้าย
  • อาการเกิดพิษ : 1. ผู้ได้รับพิษอาจมีอาการเซื่องซึม หายใจขัด เหงื่อออกมาก กล้าม เนื้อสั่น กระตุก มือสั่น 2. ถ้าเข้าตาจะรู้สึกระคายเคืองอย่างรุนแรง จนทำให้ตาเจ็บ อักเสบ และคัน
  • การแก้พิษเบื้องต้น : 1. ถ้าเกิดอาการเป็นพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์ 2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์ 3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที 4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้ามทำให้อาเจียน และ ห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใดๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อมภาชนะบรรจุและฉลาก
  • คำแนะนำสำหรับแพทย์ : 1. รักษาตามอาการ 2. หากกลืนกินเข้าไปจำนวนมากให้ล้างท้องแล้วตามด้วย activated charcoal 25 g ผสมน้ำ 300 ml และ sorbitol 70% 1-2 ml/kg น้ำหนักตัว (เด็กต่ำกว่า 12 ปีลดขนาดเป็น sorbitol 35% 1.5-2.3 ml/kg น้ำหนักตัว)

ฉลากเสริม

1. ทะเบียนวัตถุอันตรายเลขที่ 2340-2555
2. (ทะเบียนหมดอายุวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567)
3. กลุ่มสารเคมี :
⦁ Chloronitrile+Phenylamide
⦁ Acylalanine [กลุ่ม M5+4]

มันฝรั่ง

มันฝรั่ง

โรคใบไหม้ (late blight)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Phytopthora infestans

อัตรา: 60-70 ซีซี /น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นเมื่อพบการระบาดของโรค และพ่นซ้ำทุก 5 วัน

แตงกวา

แตงกวา

โรคราน้ำค้าง (downy mildew)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อราPseudoperonospora cubensis

อัตรา: 50ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นเมื่อพบการระบาดของโรค และพ่นซ้ำทุก 7 วัน

  • สารป้องกันกำจัดโรคพืช ชนิดดูดซึมและเคลือบบนผิว ออกฤทธิ์ป้องกันราน้ำค้างในพืชหลายชนิดโดยเฉพาะพืชตระกูลแตงที่มีสาเหตุจากเชื้อ Pseudoperonospora cubensis และ โรคใบไหม้ในมันฝรั่งที่มีสาเหตุจากเชื้อ Phytopthora infestant ได้ผลดีเมื่อพ่นป้องกันก่อนเกิดโรค และสามารถพ่นซ้ำได้หากพบการระบาดทุกๆ 5-7 วัน

    คำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์