เป้าหมายด้านความยั่งยืนของเรา
ซินเจนทาเป็นหนึ่งในบริษัทแรกของอุตสาหกรรมที่กำหนดแผนด้านความยั่งยืน เพื่อใช้เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจขององค์กร และเมื่อแนวคิดเรื่องความยั่งยืนได้พัฒนาจาก “ความตั้งใจ” สู่ “การลงมือทำ” เป้าหมายของเราก็พัฒนาไปเช่นกัน วันนี้ เรามุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้คนและโลกของเรา
เพราะพื้นที่เพาะปลูกบนโลกมีจำกัด แต่ความต้องการใช้ทรัพยากรอย่างดิน น้ำ และป่าไม้กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายด้านความยั่งยืนของเราจึงเรียบง่ายและชัดเจน คือ “เพิ่มผลผลิต ลดผลกระทบ” (Higher Yields, Lower Impact)
ภาคการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ 2 ด้านที่ดูเหมือนจะสวนทางกัน นั่นก็คือ การผลิตอาหาร พลังงาน และวัตถุดิบทางการเกษตรให้เพียงพอกับจำนวนประชากรและพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป และการปกป้องระบบนิเวศที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการผลิตเหล่านั้น ดังนั้น เราจึงต้อง:
- เพิ่มผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูกเดิม เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น สนับสนุนรายได้ของเกษตรกร และใช้พื้นที่เกษตรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดการขยายพื้นที่เพาะปลูกใหม่
- ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงก๊าซมีเทนจากนาข้าวและปศุสัตว์ ลดการตัดไม้ทำลายป่า และแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของดิน การชะล้างพังทลาย การขาดแคลนน้ำ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
ระบบการเกษตรที่มีความยืดหยุ่น จะช่วยรักษาระดับผลผลิตแม้อยู่ในภาวะท้าทาย สร้างความมั่นคงให้ห่วงโซ่อุปทาน และลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ดินที่อุดมสมบูรณ์ การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างแม่นยำ และแนวทางการเพาะปลูกที่เหมาะสม จะช่วยให้เกษตรกรสามารถรักษาหรือเพิ่มผลผลิตได้ โดยใช้ทรัพยากรน้อยลง
เมื่อเราสามารถผลิตได้มากขึ้นจากพื้นที่เดิม เราก็จะสามารถปกป้องทรัพยากรธรรมชาติทั้งในและนอกพื้นที่การเกษตรได้ “เพิ่มผลผลิต ลดผลกระทบ” จึงเป็นแนวทางที่ซินเจนทามองว่าเป็นอนาคตของภาคการเกษตร
เราขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ผ่าน 3 แนวทางสำคัญทางธุรกิจ ได้แก่
ในทางปฏิบัติ “เพิ่มผลผลิต ลดผลกระทบ” หมายถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรุ่นใหม่ ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง การส่งเสริมแนวทางการเกษตรที่ดีในวงกว้าง ผ่านเครื่องมือ ความรู้ และการสนับสนุนที่เหมาะสมแก่เกษตรกร การสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงการเติบโตของบริษัทเข้ากับความแข็งแรงของระบบเกษตรกรรม
แนวทางเหล่านี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้น สุขภาพดินที่ดีขึ้น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง เกษตรกรมีประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการเติบโตระยะยาวของซินเจนทา ผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตร
ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
โดยธรรมชาติแล้ว การทำเกษตรกรรมย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซินเจนทาจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ทุกชนิดโดยคำนึงถึงอนาคตตั้งแต่ต้นทาง จุดเริ่มต้นคือสิ่งที่เรามอบให้แก่เกษตรกร โดยเมล็ดพันธุ์ สารอารักขาพืช และชีวภัณฑ์ของซินเจนทา ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดระยะยาวตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา เมล็ดพันธุ์ที่ทนทานต่อความร้อน ภัยแล้ง โรค และแมลงศัตรูพืช ช่วยให้เกษตรกรรักษาหรือเพิ่มผลผลิตได้ แม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย โดยไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติม
ผลิตภัณฑ์อารักขาพืชของเราถูกพัฒนาภายใต้หลักการ “ปลอดภัยตั้งแต่การออกแบบ - Safe by Design” โดยให้ความสำคัญกับ ความจำเพาะต่อเป้าหมาย การใช้ในอัตราที่ต่ำลง และความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการใช้งานจริง ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างแม่นยำจะออกฤทธิ์เฉพาะกับศัตรูพืชที่เป็นปัญหา พร้อมทั้งประเมินความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีการพ่นแบบแม่นยำ เพื่อให้สารถูกใช้เฉพาะจุดที่จำเป็น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในแปลงเพาะปลูก เพิ่มผลผลิต และลดการใช้ทรัพยากรทั้งในระดับเกษตรกรและระบบอาหารโดยรวม
นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ของเรายังช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกจากธรรมชาติ ทั้งในด้านการป้องกันพืช (Biocontrols) และการช่วยให้พืชเติบโตได้ดีแม้เผชิญสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ภัยแล้ง อากาศร้อนจัด หรือภาวะน้ำท่วม (Biostimulants)
เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหาร (Nutrient Use Efficiency) ยังช่วยให้พืชสามารถดูดซึมและใช้ประโยชน์จากธาตุอาหารได้ดีขึ้น พร้อมช่วยปรับปรุงสุขภาพดิน ส่งเสริมการเจริญเติบโตและผลผลิต
ทุกผลิตภัณฑ์ที่เราพัฒนาคือโอกาสในการสร้างสมดุลใหม่ เพิ่มผลผลิตที่มากขึ้น พร้อมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ลดลงบนพื้นที่เพาะปลูกเดิม
เป้าหมายด้านความยั่งยืนปี 2030
- ติดตามความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนของพอร์ตโฟลิโอ ผ่านการดำเนินงานตามกรอบความยั่งยืนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Portfolio Sustainability Framework: PSF) อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำหรับผลิตภัณฑ์สารอารักขาพืชของซินเจนทา คือ 43% ของกลุ่มผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับกลุ่ม 1
การเข้าถึงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเกษตรกร
“เพิ่มผลผลิต ลดผลกระทบ” คือแนวทางการเกษตรแบบองค์รวม เพราะเพียงแค่มีผลิตภัณฑ์ที่ดีอาจยังไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องปรับวิธีการเพาะปลูกไปพร้อมกัน รูปแบบการทำเกษตรเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของพื้นที่เพาะปลูก ซินเจนทาจึงสนับสนุนเกษตรกรและแรงงานภาคเกษตรผ่านการฝึกอบรมและเสริมสร้างศักยภาพ เพื่อให้มีความรู้ในการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัยและรับผิดชอบเครื่องมือดิจิทัลช่วยเชื่อมโยงเกษตรกรกับข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็น เพื่อการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างแม่นยำ ลดการสูญเสีย และตัดสินใจด้านการเพาะปลูกได้อย่างเหมาะสมกับสภาพดินและพื้นที่เฉพาะของตนเอง
ซินเจนทาทำงานโดยตรงร่วมกับเกษตรกรทั่วโลก ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ เพื่อสนับสนุนการนำแนวปฏิบัติที่เพิ่มผลผลิตไปพร้อมกับการฟื้นฟูสภาพดินมาใช้
แนวทางเกษตรฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เช่น การปลูกพืชคลุมดิน การปลูกพืชหมุนเวียน ระบบการเพาะปลูกแบบผสมผสาน และการลดหรือไม่ไถพรวนดิน สามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพดิน กักเก็บคาร์บอน และลดแรงกดดันต่อการเปลี่ยนพื้นที่ป่าและธรรมชาติให้กลายเป็นพื้นที่เกษตร
เป้าหมายด้านความยั่งยืนปี 2030
- ฝึกอบรมเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์ของซินเจนทาอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบให้แก่แรงงานภาคเกษตร 17 ล้านคนต่อปี
- เชื่อมต่อพื้นที่เกษตร 100 ล้านเฮกตาร์เข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล CROPWISE®
- สนับสนุนการนำแนวทางเกษตรฟื้นฟูไปใช้ในพื้นที่กว่า 50 ล้านเฮกตาร์
- 85% ของการผลิตเมล็ดพันธุ์ จะดำเนินการภายใต้แนวทางเกษตรฟื้นฟู
การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
นอกเหนือจากการผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้านการเกษตร ซินเจนทายังมุ่งยกระดับการดำเนินงานขององค์กรให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เราปรับปรุงการใช้พลังงานและทรัพยากรในทุกกระบวนการดำเนินงาน เพื่อลดต้นทุน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดวัตถุดิบ และเสริมความมั่นคงให้กับเครือข่ายการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน
เราดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและของเสีย เพื่อใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในขณะเดียวกัน เรายังยึดมั่นในมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัยในการทำงานและการดูแลแรงงานอย่างเป็นธรรม ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น ช่วยให้เราสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในภาวะตลาดและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่แน่นอน
ทุกการดำเนินงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสร้างระบบเกษตรกรรมแห่งอนาคต ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย มีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในระยะยาว
เป้าหมายด้านความยั่งยืนปี 2030
- ซินเจนทา กรุ๊ป ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลง 28% ภายในปี 2030 เทียบกับปีฐาน 2022
- Syngenta AG ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3.1 ลง 10–15% ภายในปี 2030 เทียบกับปีฐาน 2022 (ไม่รวมธุรกิจการค้า)
- รักษาอัตราการบาดเจ็บที่ทำให้หยุดงาน (Lost Time Injury Rate: LTIR) เฉลี่ยไม่เกิน 0.15 ในช่วงปี 2025–2030
- ดำเนินโครงการดูแลแรงงาน (Labor Care) ในทุกประเทศที่มีการผลิตและแปรรูปเมล็ดพันธุ์ของซินเจนทา