อมิสตา - สารป้องกันและกำจัดโรคพืช | Syngenta
ประเทศไทย
amistar-banner

อมิสตา

Last updated:
21.06.2021

สารป้องกันและกำจัดโรคพืช

สารป้องกันและกำจัดโรคพืช

ชื่อสามัญ: 
กลุ่มสารเคมี: 
กลุ่ม 11 สารป้องกันกำจัดโรคพืช

จุดเด่น อมิสตา

ป้องกันและกำจัดโรคแอนแทรคโนสได้ดีเยี่ยม ออกฤทธิ์กว้างขวางทั้งป้องกันและกำจัดโรค ยับยั้งเชื้อราได้ทุกระยะ ใช้ได้ในหลายพืช ปลอดภัยต่อพืชประธาน ทนการชะล้างของฝน คงประสิทธิภาพได้นาน เข้ากันได้ดีเมื่อผสมกับสารกำจัดแมลง เพิ่มคุณภาพผลผลิต สีสวย ขายได้ราคา รักษาคุณภาพของผลผลิตหลังการเก็บเกี่ย

ข้อความแสดงข้อควรระวัง

  • วิธีเก็บรักษา : ต้องเก็บ อมิสตา ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้งและเย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ
  • คำเตือน : อมิสตา เป็นวัตถุอันตรายต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอัตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้ : 1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหาร หรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม คนและนำสัตว์เข้าไปในบริเวณที่พ่นสารอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้าม เทสารที่เหลือ หรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์ เครื่องพ่นสารลงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้าม ใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็ก และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังพ่นสาร 2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือยาง และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ ไม้กวน ขณะพ่นสาร ต้อง อยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือยาง และหน้ากาก ต้อง ล้างมือ และหน้าให้สะอาดด้วย สบู่ และน้ำก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้อง อาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้าและซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้ว ล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน้ำล้างไปใช้ผสมพ่นสาร กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย 3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนัง และเสื้อผ้า 4. การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช ซึ่งอยู่ในอักษรกลุ่มเดียวกัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดความต้านทานของวัชพืช 5. ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อตา 6. เป็นพิษต่อปลา ต้องระวังการชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ
  • อาการเกิดพิษ : ไม่มีอาการเฉพาะอย่าง ในกรณีกลืนกินเข้าไปอาจมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย และปวดท้อง
  • การแก้พิษเบื้องต้น : 1. ถ้าเกิดอาการเป็นพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์ 2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์ 3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที 4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้ามทำให้อาเจียน และ ห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใดๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อมภาชนะบรรจุและฉลาก
  • คำแนะนำสำหรับแพทย์ : 1. รักษาตามอาการ 2. หากกลืนกินเข้าไปจำนวนมากให้ล้างท้องแล้วตามด้วย activated charcoal 25 g ผสมน้ำ 300 ml และ sorbitol 70% 1-2 ml/kg น้ำหนักตัว (เด็กต่ำกว่า 12 ปีลดขนาดเป็น sorbitol 35% 1.5-2.3 ml/kg น้ำหนักตัว)

ฉลากเสริม

1. ทะเบียนวัตถุอันตรายเลขที่ 20-2554
2. (ทะเบียนหมดอายุวันที่ 4 กรกฎาคม 2566)
3. กลุ่มสารเคมี : Strobilurin type : methoxyacrylate (กลุ่ม 11)

พริก

พริก

โรคแอนแทรคโนส (anthracnose)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides

อัตรา: 5 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นเมื่อพบการระบาดของโรค และพ่นซ้ำทุก 7 วัน

คะน้า

คะน้า

โรคใบจุด (leaf spot)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Alternaria brassicicola และ Alternaria brassicae

อัตรา: 5-10ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นเมื่อพบการระบาดของโรค และพ่นซ้ำทุก 5 วัน

มะม่วง

มะม่วง

โรคแอนแทรคโนส (anthracnose)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides

อัตรา: 5-10ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นครั้งแรกเมื่อมะม่วงติดผลอ่อนขนาด 0.5 เซนติเมตร และพ่นซ้ำทุก 10 วัน จนถึงระยะห่อผล

หอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่

โรคแอนแทรคโนส (anthracnose)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides

อัตรา: 5-10ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นครั้งแรกเมื่อมะม่วงติดผลอ่อนขนาด 0.5 เซนติเมตร และพ่นซ้ำทุก 10 วัน จนถึงระยะห่อผล
 

โรคใบจุดสีม่วง (purple blotch)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Alternaria porri

อัตรา: 5-10ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นเมื่อพบการระบาดของโรค และพ่นซ้ำทุก 7 วัน

ลำไย

ลำไย

โรคใบจุด (black spot)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides

อัตรา: 5ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นเมื่อพบการระบาดของโรค และพ่นซ้ำทุก 10 วัน

องุ่น

องุ่น

โรคสแคป (scab)
ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Sphaceloma ampelinum

อัตรา: 5ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่น 2 ครั้ง พ่นครั้งแรกเมื่อพบการระบาดของโรค และครั้งที่สองห่างจากพ่นแรก 4 วัน

  • สารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดดูดซึมใช้ได้กับพืชผักและไม้ผลหลายชนิด ออกฤทธิ์กว้างขวางทั้งป้องกันและกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ป้องกันกำจัดโรคแอนแทรคโนสที่เกิดจากเชื้อ Colletotrichum gloeosporioides, C. capsici ใน พริก หอมหัวใหญ่ มะม่วง ป้องกันกำจัดโรคใบจุดในคะน้าที่เกิดจากเชื้อ Alternaria brassicicola, A. brassicae