เอฟโฟเรีย - สารป้องกันและกำจัดแมลง | Syngenta
ประเทศไทย

เอฟโฟเรีย

Last updated:
21.06.2021

สารป้องกันและกำจัดแมลง

สารป้องกันและกำจัดแมลง

pest

ชื่อสามัญ: 
กลุ่มสารเคมี: 
กลุ่ม 3A + 4A สารกำจัดแมลง

จุดเด่น เอฟโฟเรีย

เอฟโฟเรีย เป็นสารป้องกันและกำจัดแมลง 2 สารผสมกัน ออกฤทธิ์ทั้งสัมผัสและดูดซึม กำจัดแมลงได้กว้างขวาง ทั้งแมลงปากกัดและปากดูด ปลอดภัยต่อพืชที่ปลูก กำจัดได้ทั้งเพลี้ย หนอน และแมลงตัวบิน น็อคเร็ว คุมได้นาน เพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดแมลงได้ดีขึ้น

ข้อความแสดงข้อควรระวัง

  • วิธีเก็บรักษา : ต้องเก็บ เอฟโฟเรีย ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้งและเย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ
  • คำเตือน : เอฟโฟเรีย เป็นวัตถุอันตรายต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอัตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้ : 1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหาร หรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม เทสารที่เหลือ หรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์ เครื่องพ่นสารลงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้าม ใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็ก และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังพ่นสาร 2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือยาง และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ ไม้กวน ขณะพ่นสาร ต้อง อยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือยาง และหน้ากาก ต้อง ล้างมือ และหน้าให้สะอาดด้วย สบู่ และน้ำก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้อง อาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้าและซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้ว ล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน้ำล้างไปใช้ผสมพ่นสาร กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย 3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนังและเสื้อผ้า ระวัง ความเป็นพิษของสารต่อพืชอื่นๆ ที่ปลูกร่วม ปลูกใกล้เคียง หรือปลูกตามหลัง 4. การใช้สารกำจัดแมลงซึ่งอยู่ในอักษรกลุ่มเดียวกัน ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดความต้านทานของแมลง 5. ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง 6. เป็นพิษสูงต่อปลา ต้องระวังการชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ เป็นพิษต่อผึ้ง ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง 7. ห้ามเก็บเกี่ยวข้าวโพดอาหารสัตว์ มะม่วง ทุเรียน และพริก ภายใน 3 วันหลังจากพ่นสารครั้งสุดท้าย 8. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระบาดเพิ่ม (resurgence) ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ห้ามใช้ในนาข้าว
  • อาการเกิดพิษ : 1. ยังไม่มีรายงานอาการเป็นพิษที่เกิดกับคน
  • การแก้พิษเบื้องต้น : 1. ถ้าเกิดอาการเป็นพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์ 2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์ 3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที 4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้ามทำให้อาเจียน และ ห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใดๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อมภาชนะบรรจุและฉลาก
  • คำแนะนำสำหรับแพทย์ : 1. รักษาตามอาการ 2. หากกลืนกินเข้าไปจำนวนมากให้ล้างท้องแล้วตามด้วย activated charcoal 25 g ผสมน้ำ 300 ml และ sorbitol 70% 1-2 ml/kg น้ำหนักตัว (เด็กต่ำกว่า 12 ปีลดขนาดเป็น sorbitol 35% 1.5-2.3 ml/kg น้ำหนักตัว)

ฉลากเสริม

1. ทะเบียนวัตถุอันตรายเลขที่ : 841-2555
2. (ทะเบียนหมดอายุวันที่ 21 พ.ค. 67)
3. กลุ่มสารเคมี : Pyrethroid + Neonicotinoid [กลุ่ม 3A+4A]

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 

เพลี้ยไฟ

อัตรา: 5 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยไฟในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

มะม่วง

มะม่วง 

เพลี้ยจักจั่นมะม่วง

อัตรา: 1 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยจักจั่นมะม่วงในมะม่วง

ทุเรียน

ทุเรียน

เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน

อัตรา: 2.5 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียนในทุเรียน

พริก

พริก

เพลี้ยอ่อนฝ้าย

อัตรา: 5 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยอ่อนฝ้ายในพริก

  • เอฟโฟเรีย เป็นสารกำจัดแมลง 2 ตัวบวกกันในกลุ่ม 3A กับ 4A ชื่อสามัญ : แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน เป็นสูตร ZC ละลายน้ำได้ดี