โซวิโก้ - สารป้องกันและกำจัดแมลง | Syngenta
ประเทศไทย
Solvigo

โซวิโก้

Last updated:
21.06.2021

สารป้องกันและกำจัดแมลง

สารป้องกันและกำจัดแมลง

ชื่อสามัญ: 
กลุ่มสารเคมี: 
กลุ่ม 4A+6 สารป้องกันกำจัดใส้เดือนฝอยและไรศัตรูพืช

จุดเด่น โซวิโก้

 

  • สูตรครีม ปลอดภัยต่อพืชในทุกช่วงการเจริญเติบโต
  • มีส่วนผสมของอะบาเมกติน 3.6% ซึ่งมากกว่า สูตรทั่วไปในท้องตลาดถึง 2 เท่า
  • กำจัดแมลงปากดูดได้มากชนิด รวมถึงไส้เดือนฝอยในดินที่ก่อให้เกิดโรครากปม

ข้อความแสดงข้อควรระวัง

  • วิธีเก็บรักษา : ต้องเก็บ โซวิโก้ (Solvigo) ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้ง และ แย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ
  • คำเตือน : โซวิโก้ (Solvigo) เป็นวัตถุอันตรายต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอัตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้ : 1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหาร หรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม คนและนำสัตว์เข้าไปในบริเวณที่พ่นสารอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้าม เทสารที่เหลือ หรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์ เครื่องพ่นสารลงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้าม ใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็ก และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังพ่นสาร ห้าม ผสมโซวิโก้ (Solvigo) กับสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง 2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือยาง และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ ไม้กวน ขณะพ่นสาร ต้อง อยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือยาง และหน้ากาก ต้อง ล้างมือ และหน้าให้สะอาดด้วย สบู่ และน้ำก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้อง อาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้าและซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้ว ล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน้ำล้างไปใช้ผสมพ่นสาร กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย 3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนัง และเสื้อผ้า 4. การใช้สารกำจัดไส้เดือนฝอยซึ่งอยู่ในหมายเลขกลุ่มเดียวกัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดความต้านทานของไส้เดือนฝอย 5. เป็นพิษต่อนก ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง เป็นพิษสูงต่อปลา และสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ต้องระวังการชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ เป็นพิษต่อผึ้ง ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง 6. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระบาดเพิ่ม (resurgence) ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ห้ามใช้ในนาข้าว
  • อาการเกิดพิษ : ไม่มีอาการเฉพาะอย่าง ในกรณีกลืนกินเข้าไปอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง
  • การแก้พิษเบื้องต้น : 1. ถ้าเกิดอาการเป็นพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์ 2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์ 3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที 4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้ามทำให้อาเจียน และ ห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใดๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อมภาชนะบรรจุและฉลาก คำแนะนำสำหรับแพทย์ : 1. รักษาตามอาการ 2. หากกลืนกินเข้าไปจำนวนมากให้ล้างท้องแล้วตามด้วย activated charcoal 25 g ผสมน้ำ 300 ml และ sorbitol 70% 1-2 ml/kg น้ำหนักตัว (เด็กต่ำกว่า 12 ปีลดขนาดเป็น sorbitol 35% 1.5-2.3 ml/kg น้ำหนักตัว)

พริก

พริก 

โรครากปม (root knot) ที่มีสาเหตุจากไส้เดือนฝอย Meloidogyne spp.

อัตรา : 50 – 75 มิลลิลิตร อัตราการใช้ต่อน้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: ราดสาร 1 วัน ก่อนย้ายปลูก และราดสารลงดิน ทุก 14 วัน ต้นละ 50 มิลลิลิตร

มันฝรั่ง

มันฝรั่ง

โรครากปม (root knot) ที่มีสาเหตุจากไส้เดือนฝอย Meloidogyne spp

อัตรา :  25 – 30 มิลลิลิตร อัตราการใช้ต่อน้ำ 20 ลิตร

วิธีการ : ราดสารลงดินรอบโคนต้นที่ 25 วัน หลังปลูกมันฝรั่ง และราดสารลงดิน ทุก 25 วัน

ทุเรียน

ทุเรียน 

ใช้ป้องกันและกำจัด ไรแดงแอฟริกัน ในทุเรียน 

อัตรา : 40 มิลลิลิตร อัตราการใช้ต่อน้ำ 20 ลิตร

วิธีการ: พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของไรแดงแอฟริกันในทุเรียน

    • ออกฤทธิ์ทำลายระบบสาทและกล้ามเนื้อของแมลงศัตรูพืช 
    •  กำจัดไส้เดือนฝอย สาเหตุโรครากปม
    • ใช้สะดวกทั้งราดโคน พ่นที่ใบ ดอก และผล
    • ช่วยลดจำนวนไรแดงในระยะที่เริ่มต้นได้ดี ในช่วงสั้น ๆ
    •  สูตรครีม ปลอดภัยต่อพืช ในทุกช่วงระยะการเจริญเติบโต